How I Love Myself: ทำให้ฉันกลับมารักตัวเองในวันที่เผลอรักคนอื่น

How I Love Myself: ทำให้ฉันกลับมารักตัวเองในวันที่เผลอรักคนอื่น

หลังจากผิดหวังเรื่องความรัก ฉันก็มัวแต่นั่งเปิดเพลงสร้างบรรยากาศตอกย้ำความเจ็บปวด และนั่งไถมือถือเพื่อรอบทสนทนาจากเขาที่เงียบหายไปนับสี่วัน ฉันนอนไถมือถือเปื่อยๆ อยู่บนเตียงในตอนตีสาม เพื่อคาดหวังให้มีสักข้อความที่เล่าถึงเรื่องราว มิใช่หายไปอย่างไม่บอกกล่าว สุดท้ายก็ว่างเปล่า แต่กลับเจอหนังสือเล่มหนึ่งที่เพื่อนบนเฟซบุ๊คแชร์มา How I Love Myself พร้อมแคปชั่นเท่ๆ “ช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการมีแฟนมากที่สุดของคนเรา ก็คือตอนที่เราไม่ได้สนใจเรื่องความรักนี่แหละ” 

คำโปรยมันช่างโดนใจเสียเหลือเกิน ว่าแล้วก็กดสั่งออนไลน์ทันทีอย่างใจร้อน

หนังสือ How I Love Myself เป็นหนังสือเล่มที่ 4 ของ พาย-ภาริอร วัชรศิริ ผู้เขียนหนังสือให้กำลังใจผ่านมุมมองความคิดและประสบการณ์ตลอดชีวิตของเธอที่หนักหนาไม่ใช่เล่นๆ 

ผลงาน 3 เล่มที่ผ่านมาของเธอคือ How I love My Mother, How I Live My Life และ How Lucky I am ทั้งสามเล่มเป็นบทบันทึกชีวิตของเธอที่ต้องดูแลคุณแม่ที่เส้นเลือดในสมองแตกเป็นผู้ป่วยนอนติดเตียงมาตั้งแต่เธออายุเพียง 16 ปี เวลาผ่านไป 11 ปี แม่ของเธอก็จากไป

หากเข้าไปดูหน้าเฟซบุ๊คของเธอ จะพบกับสเตตัสที่สามารถฮีลจิตใจในวันที่เหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี จุดเริ่มต้นของการเขียนหนังสือ How I Love Myself เล่มนี้ คือ การผ่านช่วงชีวิตแห่งการสูญเสียคุณแม่ และการเลิกกับคนรักที่คบหามากว่า 10 ปี ช่วงเวลาแห่งการเติบโตทำให้ตกผลึกเป็นหนังสือที่ตกอยู่ในมือของฉัน  

เมื่อหนังสือที่สั่งไป มาถึง ฉันก็แทบหลงลืมเรื่องใครคนหนึ่งไปแล้วด้วยซ้ำ ทว่าเมื่อได้ลองอ่านหนังสือเล่มนี้อย่างตั้งใจและผนวกเข้ากับประสบการณ์ที่ผ่านมา กลับทำให้ฉันได้นึกถึงความรักที่โอบกอดเราเองในแต่ละวันซึ่งมีค่ากว่าความรักที่มัวเอาแต่วิ่งตามใครสักคน

ความสูญเสีย ความทรงจำ การเริ่มต้นใหม่ เกิดขึ้นในหนังสือหน้าปกลายเส้นความหนา 192 หน้า ที่ฉันละเลียดอ่านไปพลางทบทวนอดีตของตัวฉันเองอีกครั้ง

ยอมรับความผิดพลาดและก้าวเดินต่อไป

การอ่านหนังสือเล่มนี้นับว่าใช้เวลาอ่านนานพอสมควร คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อจบแต่ละบทก็ไม่แคล้วต้องย้อนกลับมานึกถึงชีวิตของฉันเอง 

ทุกครั้งที่เสียใจหรือรู้สึกว่างเปล่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน ความผิดพลาดนานัปการ ฉันมักผ่านคืนวันเหล่านั้นมาได้ด้วย ‘การยอมรับตัวเอง’ หากตราบใดที่ฉันปฏิเสธต่อการเสียใจมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทวีความเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น ทว่าเมื่อฉันยอมรับความรู้สึกเหล่านั้น ฉันจะจัดการต่อความเสียใจได้ง่ายขึ้น อนุญาตให้ตัวเองอ่อนแอ ร้องไห้ และเข้มแข็งขึ้น โดยให้เวลาค่อยๆ พาตัวเองหลุดออกจากพันธนาการแห่งความเสียใจ

 

“ขอบคุณที่อยู่ข้างๆ กัน”

คือหนึ่งประโยคสำคัญของหนังสือเล่มนี้ การมีคนดีๆ อยู่รอบข้าง คอยช่วยเหลือยามอ่อนแอ คอยรับฟังอย่างตั้งใจและไม่ตัดสินความเป็นเรา เหมือนเป็นสัญญะที่หมายความว่า ‘เราไม่ได้สู้อย่างลำพัง’ เรื่องราวของ พาย-ภาริอร และคนรอบๆ ตัวเธอที่ปรากฏอยู่ในหนังสือทำให้ฉันนึกเชื่อมโยงกับเรื่องราวของตัวเองได้อย่างลึกซึ้ง 

ถึงแม้ว่าฉันจะยังไม่เคยสูญเสียคนสำคัญในชีวิตที่ไม่อาจพบเจออีกแล้ว ทว่าทุกครั้งที่บอบช้ำจากเรื่องงาน เรื่องเรียน หรือความรักก็ตามแต่ คนรอบข้างทั้งเพื่อนสนิท ครอบครัว มักเป็นห่วงเป็นใยอย่างเห็นได้ชัด ทั้งรัวเสียงแชท โทรมาพูดคุยถามไถ่ แวะเวียนมาหาอย่างไม่ขาดสาย การใส่ใจเพียงเล็กน้อยเหล่านี้ทำให้ฉันรู้สึกชีวิตมีคุณค่ามากขึ้น เพราะถึงแม้จะรักตัวเองมากแค่ไหน แต่ต้องยอมรับว่าบางทีเราก็เผลอหลงลืมหยิบยื่นความรักให้ตัวเองอยู่บ่อยๆ

ความสามารถในการก้าวผ่านความเสียใจได้อย่างรวดเร็ว และไม่จมอยู่กับความทุกข์ระทมนานนัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะฉันได้รับความรักและกำลังใจอย่างล้นหลามและไม่มีเงื่อนไข จึงเป็นหนึ่งสิ่งที่ทำให้ฉันอยากแบ่งปันความรัก และความสดใสที่มีอยู่ให้คนรอบข้างเช่นเดียวกัน ถึงแม้จะไม่สามารถทำให้ปัญหานั้นหายไป แต่ฉันเชื่อว่าอย่างน้อยก็ทำให้ความหนักอึ้งนั้นเบาลง

โดยสรุปแล้ว หนังสือ How I Love Myself คงเป็นหนังสือที่เหมาะกับผู้ที่อยากเริ่มต้นใหม่ และพยายามสื่อสารว่า ทุกคนเสียใจได้ และสามารถก้าวผ่านความเสียใจนั้นได้เช่นเดียวกัน เพียงแค่เปิดใจยอมรับ หันมองคนรอบข้างที่อยู่กับเราในทุกช่วงโอกาสมากขึ้น และควรกลับมาให้ความรักกับคนที่สำคัญที่สุด นั่นคือ ‘ตัวเราเอง’

How I Love Myself

พาย-ภาริอร วัชรศิริ เขียน
สำนักพิมพ์ Bunbooks

tagged        
author

Random books